วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

วิธีหาอาวุธกะ Kung Fu House แบบคุ้มค่า

                                                           คัมภีร์ชูกำลัง
        Kung Fu House
                                        ฉบับค้นหาอาวุธกะ อย่างไร ให้คุ้มค่า

                เชื่อว่าเหล่าจอมยุทธหลายๆท่าน  ได้ร่วมเดินทางท่องยุทธภพมาไกลพอประมาณแล้ว  โดยส่วนตัวผมก็ได้ลงทะเบียนเข้าเป็นชาวยุทธไปแล้ว  146 วัน (นับ ณ วันที่เขียน)  หลายๆคนก็พอใจกับข้าวของเครื่องใช้ในสำนัก  บางคนก็ไม่สมหวังกับสำนักเดิม  จนต้องหันไปเปิดสาขา 2 และ 3 ตามมา 
                ในการท่องยุทธภพ  มีสิ่งๆหนึ่งที่จะทำให้เหล่าจอมยุทธ  สามารถผงาดติดอันดับต้นๆของยุทธภพได้  สิ่งๆนั้นก็คือ  อาวุธ  ไม่ว่าจะเป็น  อาวุธ  หมวก  เสื้อ  เครื่องประดับ  รองเท้า  ผมขอเรียกรวมๆว่า “อาวุธ”  ก็เช่นเคยครับ  อาวุธที่ทุกๆคนต้องการก็คือ อาวุธกะ(สีม่วง)  รองลงมาก็ อาวุธอิก(สีฟ้า)
                จากประสบการณ์การท่องยุทธภพของกระผม  ก็ได้เห็นเหล่าจอมยุทธหลายๆท่านที่สมหวังกับอาวุธม่วง  และอีกมุมก็ได้เห็นเหล่าจอมยุทธที่ยังไม่ได้เชยชมอาวุธม่วง แม้แต่ชิ้นเดียว  โดยส่วนตัวของกระผมนั้น  ท่องยุทธมา 146 วัน  มีของกะเอาไว้เชยชม  จำนวน 3 ชิ้น ( ปัจจุบัน VIP 5 ) ทีนี้เรามาดูกันว่า  มีวิธีไหนบ้างที่เราจะหาอาวุธม่วง  และ อาวุธฟ้า(สำหรับบางท่าน)  กันได้บ้าง

วิธีการหาอาวุธ  ให้คุ้มค่า
เป็นที่แน่นอนว่ารูปแบบของเกมส์ Kung Fu House เป็นระบบสุ่ม  จึงไม่สามารถหาความแน่นอนอะไรมาชี้วัดได้  ว่าโอกาสการได้อาวุธกะ หรือ อาวุธอิก อยู่ที่กี่เปอร์เซ็น  แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะยากเกินความสามารถของเหล่าจอมยุทธไปได้  งั้นเรามาเริ่มดูวิธีการค้นหากันเลย

วิธีแรก  ตีดร็อปเศษ จากด่านปรมาจารย์
                วิธีนี้หลายคนคงมองว่าขึ้นอยู่กับ “ดวง” ของแต่ละบุคคล  ซึ่งผมก็ไม่ขอปฎิเสธ  แต่ทั้งนี้มันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ดวง” เสียทีเดียว  เนื่องจากถ้าเพื่อนๆ ไม่ตีบอสปรมาจารย์เลย  โอกาสที่จะได้เศษชิ้นอาวุธกะ ก็จะไม่เกิดขึ้น  ดังนั้นหากเพื่อนๆท่านใดที่ตีทุกวัน  ผมก็เชื่อว่าโอกาสที่จะได้ของกะ ก็ยังมีอยู่  เพียงแต่ไม่มีเครื่องชี้วัดใดที่จะมาการันตีให้ได้ครับ  จากประสบการณ์ของผม  ผมได้เศษเสื้อ ”วายุหมุน” จากด่านปรมาจารย์มู่หยงฟู่  ส่วนของเพื่อนผม(เจ้าสำนักทะลวงไข่ซีกซ้าย S29) ก็ได้เศษ “ไม้เท้าตีสุนัข” จากด่านนี้ด้วยเช่นกัน 



วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557

เรียนรามอย่างไร ให้จบ 3 ปี เกียรตินิยม โดยไม่ต้องพึ่งติวเตอร์ ?

เรียนรามฯ อย่างไร
ให้จบ 3 ปี ( เกียรตินิยม )
เรียนเอง ไม่ต้องพึ่งติวเตอร์ ตอนที่ 1

          ก่อนจะเล่าถึงประสบการณ์เรียนราม  ก็ขอแนะนำตัว และที่มาของผมให้เพื่อนๆทราบเสียก่อนนะครับ  ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด  ซึ่งตอนเรียนมัธยมจัดได้ว่าเป็นเด็กหลังห้อง  พอว่างก็เตะบอล หนังสือหนังหาไม่เคยอ่านหรอกครับ  ส่วนเรื่องเกรดเฉลี่ยนั้น เคยได้เกรดต่ำสุดตอนเรียนอยู่ที่ 1.71 มากสุดไม่เกิน 2.15  เป็นไงบ้างล่ะครับ  เกรดแบบนี้ไม่ต้องพูดถึงตอนเอนทรานซ์นะครับ (ไม่ติดอยู่แล้วล่ะครับ) จึงทำให้มหาวิทยาลัยที่ผมใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กๆคือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ( 555+ พูดจริงนะเนี่ย) งั้นขอเริ่มเลยนะครับ ก่อนจะเริ่มผมขอโชว์ของก่อนละกันครับ  เอาเป็นว่าผมเขียนมาจากประสบการณ์เรียนจริง และมีเจตนาเพื่อให้รุ่นน้องได้ใช้ศึกษาเป็นแนวทางในการเรียนให้สำเร็จครับ



เริ่มเข้าเรียน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้อย่างไร แล้วเรียนคณะไหน ?
สาเหตุที่เลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง  อันดับแรกเลยคือ เป็นมหาวิทยาลัยเปิด(ไม่ต้องสอบ) ในตอนนั้นคิดเพียงว่าเป็นมหาวิทยาลัยสำหรับคนอกหักจากมหาวิทยาลัยปิด(แต่ปัจจุบันไม่ได้คิดอย่างนั้นแล้ว)  อีกเหตุผลที่เลือกเรียนคือ ค่าหน่วยกิจถูกที่สุดในโลก  ตอนที่ผมเรียนนั้น ปี 2544  หน่วยกิจละ 25 บาท  1 วิชามี 3 หน่วยกิจ ก็วิชาละ 75 บาท ถูกมากอ่ะ  ถ้าคิดตลอดหลักสูตร  ต้องเรียนให้ครบ 145 หน่วยกิจ  จ่ายเพียง  3,625 บาท (อันนี้ไม่รวมค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมต่างๆนะครับ) ก็เลยตัดสินใจเรียนเลย เพราะไม่อยากเป็นภาระให้กับพ่อแม่ (อารมณ์แบบว่าทำเรื่องหนักใจให้ท่านมามากละ คราวนี้ขอเรียนไถ่โทษ)  ในตอนนั้นผมเลือกเรียนคณะเศรษฐศาสตร์  อันนี้เพราะว่า ตอนดูข่าวเศรษฐกิจไม่รู้เรื่องเลย  ก็เลยอยากรู้เรื่องกับเขาบ้าง  ประกอบกับในตอนนั้น รายการของคุณไตรภพ สัมภาษณ์คุณนาวิน ต้า  ซึ่งพึ่งจบคณะเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเกษตร  ได้เกียรตินิยมอันดับ1(เหรียญทอง) ตอนนั่งดูผมคิดในใจ  อยากได้บ้างอ่ะ  จะทำให้ดู  แต่ในมุมพ่อแม่แล้ว  ผมเคยถามท่านดูนะครับ  ท่านบอกว่าไม่รู้ว่าผมจะเรียนจบหรือเปล่า (ตอนถามนั้นคือตอนที่ผมเรียนจบแล้วนะครับ)

เริ่มเข้าปี 1 : ออกเดินทางไกลจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ

วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2557

ตามล่าหาศิษย์กะ วิธีหาศิษย์ขั้นกะ Kung Fu House

                                                                        คัมภีร์ชูกำลัง
        Kung Fu House
                                     ฉบับ ตามล่าหาศิษย์กะ(หากันแบบไหน)
            ห่างหายจากการเขียนคัมภีร์ไปเดือนกว่าๆ  แต่พอได้เห็นว่าคัมภีร์ชูกำลังมีเพื่อนๆสนใจมากมาย   เลยต้องนำความลับสวรรค์มาบอกเพิ่มเติม  คราวนี้ก็คงเป็นเรื่องที่เหล่าชาวยุทธชาว KFH ให้ความสำคัญและสนใจเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้  ซึ่งก็คือเรื่องของการหาศิษย์กะ  ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สำนักแข็งแกร่งขึ้นมาได้แบบรวดเร็ว  งั้นขอเริ่มเลยละกันครับ
                เป็นที่ทราบกันดีว่า  ระบบเกมส์ เป็นการสุ่มโอกาสการได้มาของศิษย์  โดย แบ่งเป็นศิษย์เต็ง  , เปี้ย , อิก , กะ(หายากสุดๆ)  ณ ตรงนี้ขอบอกแบบตามตรงว่า  สำนักชูกำลัง2 ของตัวกระผมนั้น มีศิษย์กะที่ลงค่ายกลเพียง 3 ตัวเท่านั้น ( จริงๆแล้วมี 4 ตัว แต่หายไปไหน 1 ตัว โปรดติดตามต่อนะครับ อุ๊บ ระหว่างเขียนคัมภีร์ฉบับนี้ กดร้อยลี้เลือกหนึ่งของฟรี ได้รับอิตเต็ง มาด้วยง่ะ สรุปได้กะเพิ่มมาอีกตัว แต่ต้องนั่งสำรองไปก่อน 555+)
วิธีรับสิทธิ์กะ มีดังนี้

1.)    เราจะได้ศิษย์กะเริ่มต้น 1 ตัว  ตอนเริ่มต้นการท่องยุทธภพ  คือ เราจะได้ศิษย์ 1 ใน 3 ตัวนี้ คือ ไคว่หัวหวัง  ,  จิวหมอจื้อ  ,  เยิ่นหว่อสิง  ผมขอเรียกแก๊งนี้ว่า  “แก๊ง 3 ช่า” แล้วกันนะครับ (สาเหตุที่เรียกแบบนี้ต้องติดตามกันต่อครับ  มีที่มาจริงๆ ) สำนักชูกำลัง2 ของผม ตอนเริ่มต้นได้รับ “ไคว่หัวหวัง” ปัจจุบันยังยืนอยู่เป็นศิษย์หัวหน้าค่าย
 
พี่ไคว่ศิษย์กะคนแรกของสำนักผม

วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2557

คัมภีร์ Kung Fu House จัดทัพ อัพชีพจร

                                                            คัมภีร์ชูกำลัง
        Kung Fu House
                                                   (ฉบับจัดทัพ อัพชีพจร)

                                ในการท่องยุทธภพ สำหรับเจ้าสำนักหน้าใหม่คงมีสิ่งแปลกใหม่ และอุปสรรคต่างๆมากมาย  อีกทั้งยังคงมีคำถามในใจที่ยังหาคำตอบไม่ได้  แต่เชื่อได้ว่าเจ้าสำนักหน้าใหม่ทุกท่านคงอยากจะได้คำตอบที่เป็นความจริง  และเป็นแนวทางที่เป็นมาตรฐานของยุทธภพ  ดังนั้นคัมภีร์ฉบับ “จัดทัพ ชูกำลัง” จะไขความลับสวรรค์เหล่านั้นให้  ตามมาดูกัน
ไขความลับค่า Status

HP  :  อันนี้คงรู้กันทุกคนคือ  การเพิ่มค่าพลังของศิษย์  ยิ่งอัพมากเลือดก็ยิ่งมาก  ซึ่งสิ่งที่บอกว่าศิษย์ตัวไหนเน้น HP บ้างคงต้องไปดูที่ข้อมูลศิษย์  จะมีตัวอักษรใต้เลเวลสีแดงอ่อนเขียนว่า  “กาย”  เช่น ศิษย์ไคว่หัวหวัง  จะเขียนว่า “ฝึกวรยุทธกาย” หมายถึง ศิษย์คนนี้เด่นทางด้าน  กำลัง  และ HP เป็นต้น

กำลัง  ความแรงในการโจมตีของศิษย์  ซึ่งมีผลทั้งการโจมตีแบบธรรมดา และแบบวิชา  จึงสรุปได้ว่าถ้ากำลังของศิษย์ตัวไหนมาก  ก็ย่อมโจมตีได้รุนแรง ทั้งแบบธรรมดา และแบบวิชา  คำบอกไบ้สีแดงอ่อนจะเขียนว่า “วรยุทธ” หรือ “ฝีมือเลิศล้ำ”  เช่น มู่หยงฟู่ จะเขียนว่า “ท่าร่างวรยุทธ” หมายถึงเด่นทางด้าน ท่าร่าง กับ กำลัง   ส่วนอีกหนึ่งตัวอย่างคือ อาเฟย จะเขียนว่า “ฝีมือเลิศล้ำ” เด่นทางด้านกำลัง เป็นต้น


วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557

Kung Fu House คำภีร์ฉบับเริ่มท่องยุทธ

                                                                        คัมภีร์ชูกำลัง
        Kung Fu House
                                                      (ฉบับเริ่มท่องยุทธ)

                หากว่าด้วยเรื่องหนังจีนกำลังภายใน  เพื่อนๆหลายๆคนคงจำกันได้ว่าในอดีตนั้น  ในช่วงเวลาตอนเย็น หรือบ่ายวันเสาร์ อาทิตย์  จะต้องมีหนังจีน แนวกำลังภายใน ท่องยุทธภพ  ให้เราได้ดูกันแบบมีจินตนาการแอบแฝงอยู่ตลอดเวลา  และในปัจจุบันนี้  จินตนาการเหล่านั้นถูกนำมาสร้างเป็นเกมส์บนโทรศัพท์  ไม่ว่าจะเป็นระบบ IOS หรือ Android ก็สามารถได้ท่องจินตนาการไปได้ทั้ง 2 ระบบปฎิบัติการ  ซึ่งเกมส์ที่ว่านี้มีชื่อว่า “Kung Fu House” ถ้าแปลเป็นไทยได้  คงจะมีชื่อว่า “บ้านจอมยุทธ” (อันนี้คิดเองนะครับ เดี๋ยวหาว่าแปลมั่ว 555+)
                เข้าเรื่องเลยครับ  เกมส์นี้เป็นแนวเกมส์ Adventure โดยมี Energy ใช้เพื่อเดินเกมส์ครับ  ซึ่งในเกมส์นี้จะมีเมนูต่างๆมากมายดังนี้
 
หน้าจอแสดงหลัก